รวมเรื่องเล่าผีสุดหลอน ของมหาลัยในไทย

เรื่องเล่าผี

เรื่องเล่าผี

รวมเรื่องเล่าผีสุดหลอน ของมหาลัยในไทย เรื่องเล่าผีมีมาช้านานไม่ว่าจะเป็น ตำนานผี หรือประสบการณ์การเจอผี มีเรื่องหลอนๆรอให้คุณได้อ่าน อีกมากมาย บอกเลยว่าหากคุณไม่เชื่อเรื่องผี คุณก็อย่าไปลบหลู่ อย่างเด็ดขาด มันจะดีกับตัวคุณอย่างมาก ถึงเรื่องพวกนี้จะไม่สามารถพิสูจน์ ได้ว่ามีจริงหรือไม่มีจริง ยังไงถ้าหากเห็น หรือได้ยินอะไรแปลกๆ ก็ควรทำเฉยไป

รวมเรื่องเล่าผีสุดหลอน ของมหาลัยในไทย 4จังหวัด!

รวมเรื่องเล่าผีสุดหลอน ของมหาลัยในไทย

เรื่องที่1 : “ตำนานลิฟท์แดง” จังหวัดปทุมธานี

ทุกที่มักจะมีประวัติศาสตร์และตำนานเป็นของตัวเอง ไม่เว้นแต่ในมหาวิทยาลัยที่จะพูดถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่องสยองขวัญที่ขึ้นหิ้งระดับตำนานของสถานศึกษานี้ก็คงจะเป็นเรื่องตำนานลิฟท์แดง ที่กลุ่มผู้ปราบปราม บุกเข้ามาใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อกวาดล้างขบวนการนักศึกษานั่นเอง laorueang เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังโศกนาฏกรรมอันน่าสลดใจในปี พ.ศ. 2519 ที่มาของเรื่องมาจากการปราบปรามการประท้วงของนักศึกษา ด้วยการทิ้งระเบิดเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้ผู้ชุมนุมวิ่งหนีตามส่วนต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ผู้ประท้วงบางส่วนวิ่งเข้าไปในลิฟท์ของตึกคณะศิลปศาสตร์ และถูกยิงเสียชีวิตในลิฟท์นั้น เลือดของผู้ตายกระจัดกระจายไปทั่ว จนลิฟท์ตัวนั้นได้รับฉายาว่าลิฟท์สีแดง และวิญญาณของนักเรียนเหล่านั้นก็หมุนเวียนอยู่ในลิฟท์จนบัดนี้

หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับนักเรียนที่ใช้ลิฟท์นี้ในตอนกลางคืน มักพบเจอกับเหตุการณ์แปลกๆ เช่นลิฟท์หยุดอยู่ที่ชั้นไม่มีผู้คน ได้พบกับผู้โดยสารที่ร่างกายเปียกโชกไปด้วยเลือดในพริบตาหรือเมื่อประตูลิฟท์เปิดออกเมื่อถึงชั้นเป้าหมาย คุณจะพบภาพความโกลาหลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์โศกนาฏกรรม

เรื่องที่ 2 : “ศาลในห้องน้ำหญิง” จังหวัดชุมพร

เป็นเรื่องราวของศาลเจ้าที่ๆติดอยู่บนผนังห้องน้ำ ศาลเจ้าแห่งนี้แต่เดิมตั้งอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ อาคาร A ชั้น 5 ซึ่งมีการจัดวางดอกไม้ ธูป เทียน และน้ำสีแดงอยู่เสมอ มีเรื่องเล่าว่า นศ.สาวคณะสถาปัตย์ อกหักจากวิศวกรหนุ่ม ก็เลยมาแขวนคอตัวเองตายในห้องน้ำแบบนี้ และเพื่อให้วิญญาณของเธอสงบลง ศาลจึงถูกสร้างขึ้น หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ในห้องน้ำก็มีเรื่องเล่ามากมายที่ดังกึกก้อง มักมีเสียงแปลกๆที่ชั้น 5 หรือเห็นเงาคนเดิน แต่เมื่อมองดูจริงๆแล้วไม่มีใครเลย หรือคนที่เข้าไปเคยบอกว่าถ้าใครเข้าห้องน้ำตอนดึกๆ ก็เหมือนมีคนเข้าห้องน้ำข้างๆ หรือถ้าส่องกระจกในห้องนี้แล้วจะพบว่า ผู้หญิงข้างหลังเขาแขวนคอตาย แต่ตอนนี้ศาลดังกล่าวได้ย้ายลงมาอยู่ด้านหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตึก A และปัจจุบันเป็นศาลเจ้าขนาดใหญ่ชื่อว่า “ศาลเจ้าแม่ศรีแพร่ทอง”

ตำนานป๊อก-ป๊อก-ครืด จังหวัดเชียงใหม่

เรื่องที่ 3 : “ตำนานป๊อก-ป๊อก-ครืด” จังหวัดเชียงใหม่

เรื่องผีอันดับหนึ่ง ม.เชียงใหม่ ไม่ทราบเวลาเกิดเหตุ แต่สถานที่เกิดคือ หอหญิง ในสมัยที่ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง เรื่องราวเกิดขึ้นกับคู่ของนักศึกษาสาว อาศัยอยู่บริเวณชั้น 2 หรือชั้น 3 ของหอพักสตรี ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงสอบ นักเรียนกำลังอ่านหนังสือกัน นักเรียนหญิงคนหนึ่งป่วย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำ รูมเมทชวนไปกินข้าว แต่เพราะเป็นไข้ เลยไปไม่ได้ พอรูมเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบายด้วยความเป็นห่วงจึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองแล้วจะห่อมาฝาก เพื่อนคนที่ไม่สบายก็ฝากซื้อราดหน้า หลังจากที่เพื่อนออกไป รูมเมทคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้นจึงนอน ตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลือ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้วทำไมเพื่อนยังไม่กลับมาซะที ซักพักได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่างจากทางบันได ป๊อก ป๊อก ป๊อก เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามาจากทางบันไดเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนเป็น ครืด ครืด เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง นักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจและมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้วแต่ยังเงียบ อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง ก๊อกๆ แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่ ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อลาดหน้าก็งง ว่าเพื่อนอยู่ไหนทำไมต้องเอามาแขวน ทำไมมีแต่รอยเปียกน้ำจากบันได

รุ่งเช้ามีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืนตรงพุ่มหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาดหลังจากทานข้าวเสร็จ ลักษณะเสียงที่ได้ยิน สันนิษฐานได้ว่าเพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันได ลากตัวเองขึ้นมาเป็นเสียง ป๊อก ป๊อก เสียง ครืด คือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อราดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นก็ได้ยินเสียงดังกล่าวเช่นกันก็เลยเชื่อกัน

เรื่องที่ 4 : “ตำนานด้ายแดง” จังหวัดสงขลา

เรื่องราวของมหาวิทยาลัยแห่งนี้น่าสนใจทีเดียว เพราะ มอ.หาดใหญ่ ไม่เพียงแต่เป็นมหาวิทยาลัยเท่านั้น ยังเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้อีกด้วย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโรงพยาบาลก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีเรื่องชวนขนหัวลุกเกิดขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องเล่า “ด้ายแดง” ที่ตึก MNL เป็นตึกสำหรับวิชากายวิภาคศาสตร์ หรือพูดง่ายๆ คือเป็นตึกที่ใช้เก็บรักษาร่างของอาจารย์ใหญ่นั่นเอง และได้มีนักศึกษาปี 1 ได้มาเรียนที่ตึกแห่งนี้เป็นวันแรก จึงไปถามยามว่าลิฟต์อยู่ทางไหน ยามคนนั้นก็บอกทางไปตามปกติ ก่อนจากกันนักศึกษาก็ได้สังเกตเห็นว่าที่ข้อมือของยามคนดังกล่าวมีด้ายสีแดงผูกอยู่ เป้าหมายของนักศึกษาคนนี้อยู่ที่ชั้น 5 ก็กดลิฟต์เปิดเข้าไป กดชั้น 5 แต่ลิฟต์กลับไปเปิดที่ชั้น 2 (ชั้น 2 จะเป็นชั้นที่ใช้เก็บร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งตอนนั้นน้องคนนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่รู้เรื่อง มาเสียวแทบช็อกเอาตอนรู้ทีหลัง ว่าทำไมลิฟต์ถึงได้จอดชั้นนั้น) หลังจากเรียนเสร็จน้องนักศึกษาก็ไม่เคยเจอยามคนนั้นอีกเลยไม่ว่าจะกลับไปเรียนที่ตึกอีกกี่ครั้ง และต้องถึงกับช็อกเมื่อได้มารู้ความจริงว่าตึก MNL ไม่เคยมียามประจำการอยู่เลย และแท้จริงแล้ว ยามที่มีด้ายแดงผูกอยู่ที่ข้อมือนั้นคืออาจารย์ใหญ่ เพราะการผูกด้ายสีแดงที่ข้อมือ คนเป็นจะไม่ผูกกัน ด้ายแดงจะใช้สำหรับผูกข้อมืออาจารย์ใหญ่เท่านั้น

สรุปส่งท้ายเรื่องเล่าผีสุดหลอน

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มีเรื่องราวที่ชวนขนลุกให้เราได้ยินบ่อยๆ เช่น โรงพยาบาล วัดวาอาราม และตำนานของสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ที่บางคนอาจเคยได้ยิน หรือบางคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ต้องบอกว่าตำนานของแต่ละสถานที่น่ากลัวและหลอนมาก